จูนในวันนั้น-- จูนในวันนี้

เรื่องเสียวเสียตัวเปิดซิง | จูนในวันนั้น-- จูนในวันนี้

จูนในวันนั้น-- จูนในวันนี้สมัยเรียน ม.ต้น ผมเป็นนักกีฬาบาสของห้อง /1. เล่นพอใช้ได้ตัวสูงๆ ก็มีสาวๆ ตามเชียร์บ้าง แต่ตอนนั้นผมมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เธอชื่อพิม อยู่ห้อง /6 นร.ในชั้นก็จะรู้ว่าผมคบกับพิม เพราะเวลาพักเราก็ไปกินข้าวด้วยกัน ตอนเย็นผมซ้อมบาสเธอก็รอจนเย็น กลับบ้านด้วยกัน ตัวพิมเองเป็นผู้หญิงที่หน้าตาร๔ปร่างธรรมดา บ้านๆมากๆ ผิวคล้ำๆ เธอผมก็รักเธอในตอนนั้นเพราะเธอดีกับผมมากมาย และเธอยังใจกว้างอีกพอรู้ว่ามีสาวๆห้องอื่นแอบปลื้มผมเธอก็จะมาแซวว่า สเหน์แรงนะ คนนู้น คนนี้แอบชอบอยู่ ผมเคยถามพิมว่าแล้วพิมไม่หึงเหรอ ? เธอก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่า เธอรู้จักผมดี เธอรู้ว่าผมจะมีเธอ ส่วนสาวๆคนอื่นจะมีมาฝากของให้ ฝากขนมให้ก็จะฝากมาทางพิมเลย เพราะเธอเป็นคนเฟรนลี่มากๆ นิสัยเธอน่ารักและแน่นอนผมก็ไม่คิดนอกใจเธอไปมีคนอื่นเลยจน เทอมสุดท้าย ของม.ต้น. มีเพื่อนสาวคนนึงอยู่ห้อง/7 บอกว่า่เพื่อนเธอชื่อจูน แอบชอบผมตั้งแต่ ม.1 แล้วแต่ไม่กล้ามาบอกตอนนี้อีกครึ่งเทอมจะจบแล้วเธออยากรู้ว่าผมจะไปสอบเรียนต่อที่ไหน เผื่อเธอจะตามไปด้วย -*- ผมก็งงๆ แล้วบอก รร.ที่จะไปสอบเข้าไปผมเอาเรื่องนี้มาเล่าให้พิมฟัง พิมขมวดๆคิ้ว แล้วพูดว่า ยัยจูนน่ะเหรอ? อืมพิมรู้แล้วแหละ เค้าแอบมองเอกมาตลอดน่านแหละเอกไม่รู้เหรอ ผมส่ายหน้าหงึกๆ ไม่รู้อะจนเรียนจบ ผมก็มาเรียนต่อโรงเรียนประจำจังหวัด และพิมพ์ก็มาด้วย(ถ้าผมเป็นวัตถุ เธอก็เป็นเงา ถ้าเธอเป็นวัตถุ ผมก็เป็นเงานั้นแหละ ) และจูนคนนั้นก็มาด้วยเช่นกัน ตอนนั้นผมอยู่ ห้อง 16 พิมอยุ่ห้อง 5 ยัยจูนอยุ่ห้อง 2 หรือ 3 จำไม่ได้นะ -*- แต่ก็รู้สึกว่าเวลาเจอกันเธอจะมองมาตลอดเหมือนเคยจนเรียนจบ ม.6 เรียนปตรี อีก 4 ปี. ผมกับพิมก็แยกกันตอน เรียนปี 1 ด้วย ความห่างไกลและระยะทาง แต่เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ส่วนจูน ผมไม่เคยได้ข่าว หรือไม่เคยเจอเธออีกเลยจนเรียนจบ ป.ตรี. ต่อ ป.โท อีก 2 ปี พอจบมาช่วยงาน บริหารที่ บริษัทคุณพ่อ ผมก็ยังติดติดต่อพิมพือยู่ แต่ไม่ได้เจอกันบ่อยนัก ตอนนี้เธอดเป็นคุณหมอ ประจำ รพ.ประจำอำเภอ แห่งหนึ่งไปแล้ว แซวเธอบ่อยๆว่า ทำไหมหมอคนนี้ตัวดำอะ ปกติหมอเค้าต้องขาวๆหมวยๆ อยุ่หรูๆไม่ใช้เหรอ เธอก็บอกว่า เออ พูดได้พูดไปเถอะ อย่ามาป่วยถิ่นนี้ละกัน ถ้านอนแปลมา จะรักษาให้หนักๆเลย เหอๆๆๆๆๆผมก็ทำงานไปเรื่อยๆจนวันนึงคุณพ่อบอกว่า มีตัวแทนบริษัทจาก Australia อยากจะมาดิวงานกับ บ.ของเรา เค้าจะส่งตัวแทนมาก่อนช่วงนึงและอยากให้เราไปพรีเซ้นงานของเรา ให้เค้ารับรู้ข้อมูลโดยละเอียด ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ตัวแทน ของเค้าจะมาพักที่หัวหิน ให้เราเตรียมคน เตรียมที่พักไปที่นั้น และคุณพ่อต้องการให้ผมไปดูแลงานนี้ด้วย หลังจากสั่งงานเสร็จ คุณพ่อบอกผผมว่ามีเรื่องแปลกๆ เพราะเลขาของ ตัวแทนที่จะมา ถามพ่อย้ำว่านามสกุลอะไร และมีลูกชาย - ลุกสาวไหม พ่อเลยบอกว่ามีแก 1 คน และเค้าต้องการให้แก ไปรับรองเค้า และพรีเซ้นงานของ บ.เราให้เค้ารู้ นั้นยิ่งทำให้ผมแปลกใจใหญ่เลยแล้ววันนัดก็มาถึงเค้าให้เลขานัดผมที่ลอบบี้โรงแรม เวลา 8.30น. ผมมาก่อนเวลาเล็กน้อยแล้วมานั่งดื่มก่แฟรออยู่ กสักพักก็เห็นคนสามคนเดินออกมาจากลิฟทฺ์ คนที่เดินนำหน้ามา เป็นสาวทำงานอายุราวๆ 30 ต้นๆ ถือแฟ้มอะไรมาด้วยไม่รู้ดูท่าทาง รีบๆตลอดเวลา คนกลาง เป็นสาววัน 20 กลางๆ ขาวๆ หมวยๆสูงๆ ใส่แว่นดำ ผมสั้นแค่บ่า ดูมั่นใจๆ คนสุดท้ายเป็น หญิงร่างใหญ่แต่งตัวกระฉับกระเฉง สงสัยจะเป็นการ์ดละมั้ง สามคนนั้เดินตรงมาที่ผม พอมาถึงผมก็ ลุกขึ้นกล่าวทักทาย เลขาคนนั้นก็ทักตอบและแนะนำว่า สาวท่าทางมั่นใจคนนั้น ชื่อ Miss.ดลยา .. ผมเรียกชื่อซ้ำ หืม ดลยา? This is Thai name right ? yes! เลขาตอบ.. อ้าวคนไทยนี้หว่า คนบ้านเดียวกันน่าจะคุยไม่ยากนะ แค่คงเก่งน่าดู ไปเป็นใหญ่โตที่ Aus ได้ ทักทายเสร็จ เธอก็สั่งกาแฟ มาดื่ม ผมก็เริ่มแนะนำตัว ชื่อ สกุล ตำแหน่ง งานที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลคุณ ในช่วงสามสี่วันนี้ เธอเงยหน้ามามองนิดหนึ่งแล้วยิ้มๆ ค่ะ จูนรูแล้วว่าเป็นคุณ เรียดชื่อเล่นก็ได้ค่ะ .ผมก็ยิ่งงไปกันใหญ่ทีนี้ ด้วยท่าทีที่เธอไม่ได้สนใจถามเรื่องงานอะไรเลย ทั้งๆที่ผมก็พยายามชวนเธอคุยเรื่องบริษัท และจะเอ พรีเซ้นใน ipad ให้เธอดู เธอตอบเลี่ยงๆอยู่หลายครั้ง จนผมนึกฉุนในใจว่า อินี่จัเอาไงกะกุนิ เห็นเป็นคนไทยนึกว่าจะคุยง่าย เรื่องมากจิบสักพักนึงเธอก้เรียกเลขากับการ์ดเธอมาคุย ไม่รู้คุยอะไรกัน การ์ดทำหน้าเลิ่กลั่กหันรีหันขวาง มองหน้าเธอกับเลขา แล้วการ์ดก็เดินหลบไปอีกมุม ส่วนตัว คุฟรดลยาเอก ก้เดินไปทางห้องน้ำ ให้เลาเดินมาสปีกอิงลิชกับผม ว่า เธอต้องการให้ผม ขับรถพาเธอเที่ยวรอบๆเมืองหัวหิน แล้วคุยเรื่องงานไปด้วย โดยไปกันแค่ 2 คน ผมเป็นคนขับโห..มามุกไหนของมิงเนี่ย มิงให้กุเป็นสารถีพามิงเที่ยวเนี่ยนะ ญาติก็ไม่ใช่ เป็นแค่คู่ค้า แล้วมิงรู้ไหมว่า กุมานี่เพราะพ่อกุสั่ง ไม่งั้นกุไม่ถ่อมาหรอก . ผมแสดงท่าไม่พอใจ เลขาฝรั่งนั่นก็พยายามเว้าซี้ๆ จนโทรศัพท์ผมดังขึ้น ปรากฎว่าคุณพ่อโทรมาถามว่า งานเรียบร้อยดีไหม และกำชับให้ผมดุแล ตัวแทนที่มาให้ดีๆ ..งานนี้หนีไม่ออกและ เอาไงก็เอาวะเลยไปเอารถ มารอ คุณจูนที่ หน้าทางเข้าลอบบี้ จนเธอเดินออกมา แล้วยืนตรงประตูรถไม่ยอมขึ้น ผมก็เปิดกระจกไปมอง เธอกอดอกเชิดๆ จน รปภ.เดินมาถึงตัวจะเปิดประตูรถให้ แต่เธอผายมือห้าม แล้วมองมาที่ผม นี่มิงจะให้กุลงไปเปิดให้เมิงหรือนี่.วันนี้ ขอจบแค่นี้ก่อนครับ ไม่ไหวและ มาต่อวันหน้านะครับเริ่มง่วงพิมพ์อาจผิดเยอะหน่อย ขออภัยด้วยรับขอบคุณที่อ่าน RISK --ตอน 2ผมก็เดินลงจากฝั่งคนขับไปเปิดประตู ให้เธอเข้ามานั่ง แล้วออกรถไปผมพยายามถามเธอว่าอยากรุ้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับบริษัทบ้าง จะได้นำเสนอถูก เธอตอบมากวนๆว่า อยากนำเสนออะไรล่ะ! ผมก็พูดไปเรื่อยๆ ขับรถไปเรื่อยๆ ขณะี่ทำลังพูดเพลินๆ เธอก็ถามพล่งขึ้นมาว่า แล้วยังเล่นบาสอยู่ไหม ตอนนี้?ผมแปลกใจมากขึ้นไปอีกว่าทำไมเธอถึงรู้ว่าผมเล่นบาส จะว่ารู้จากคุณพ่อก็ไม่น่าใช่ ยังไงกันแน่ สาวคนนี้นี่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ได้แต่หันไปมอง ทำตาโตๆ เห็นเธอ อมยิ้มน้อยๆ ขับรถมาเรื่อยๆใกล้เที่ยง อากาศเริ่มร้อน เห็นมีป้าย้ร้านสเต๊ก +กาแฟสดอยุ่้ เลยชวนเธอแวะหาอะไรทาน เะอก็ พยักหน้าตกลง พอจอดรถผมไม่ลืมจะหนิบ ipad ลงไปด้วยเผื่อได้พรีเซ้นงานอีก เธอลงจากรถโดยถือกระเป๋าถือผู้หยิงใบเล็กๆ ติดมือไป 1 ใบ ถอดเสื้อสูทตัวนอกออก พาดไว้ที่เบาะรถเลื้อเชิ๊ตด้านในเป็นชีฟองสีครีมไมค่อนข้างบาง แขนจั๊มขึ้นมาเกือบถึงหัวไหล่ พองนิดๆ มองลึกลงไปถึงบราสีดำที่เห็นรางๆอยู่ภายใน และ ธรรมาชาติของสาววัย 20 ปลายๆ ก็มีอะไรๆ ทำให้ตื่นเต้นน่ามองได้อยู่เยอะเลยทีเดียว ลดระดับสายตาลงมาถึงกระโปรงเข้ารูปตัวสั้นทรงเอวสูง ที่เน้นสัดส่วนของเจ้าของได้อย่างดี สีตัดกับต้นขาขาวๆ ขาเรียวๆ บนรองเท้าส้นสูงพอดีๆ ผมยืนมองจนเพลิน จะเธอจ้องเขม็งมาแล้ว รุดเดินเข้าไปในร้าน เธอเดินนำหน้า ผมเดินตามไปใก้ๆ พอเะอเปิดประตูเข้าไป หลายๆโต๊ะในร้านมองกันมาเป็นตาเดียวกัน(คงเพราะขาว + หุ่นเธอสวยๆจริงๆ และการแต่งตัวแบบมีสไตล์) เธอเลบือกโต๊ะกระจกใสกลมๆ นั่งได้ 3 คน และขอเมนูอาหารและเครื่องดื่มมาสั่ง ผมนั่งตรงข้ามเธอ เมนูน่ะวางอยู่บนโต๊ะ แต่ตาผมมองเลยเมนูไป สะดุด ตวามขาวเนียนของต้นขาคนที่นั่งตรงข้าม ยิ่งนั่งไพล่ขากระโปรงก็ยิ้ง เลิกสูงขึ้นมาอีก ความขาวเรียวชนิดนั้นทำผมใจสั่น ต้องแกล้งไอออกมาเพื่อระงับความตื่นเต้นเลยทีเดียว ผมเลยชวนเธอคุยว่า คุณคงคุยกับคุณพ่อเยอะเลย เลยรู้ว่าคนที่จะมาต้อนรับคุณที่นี่ ทำอะไรบ้าง รู้กระทั่งกีฬาที่เคยเล่น สมัยเรียน ? ผมตั้งคำถามไปกลายๆ เธอมองด้วยสายตาแยะๆแล้ว ตอบว่า เปล่าคุณพ่อคุณไม่ได้บอกข้อมูลอะไรของคุณเลย.. แต่คุณรู้? ผมถาม ใช้ฉันพอรู้ และรู้มากกว่านั้นอีกด้วย !!!???? ว่าอะไรนะ รู้มากกว่านั้น เรื่องของผมน่ะเหรอ ? ไหนลองบอกหน่อยคุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้าง..นักบาสห้อง 1 แชมป์กีฬาสี 2 ปีซ้อน ปีที่พลาดเพราะเจ็บนัดชิง เล่นไม่ได้ ใส่เบอร์ 11 มีแฟนสมัยเรียนอยู่ห้อง 6 ตอนนี้เธอคนนั้นเป็น แพทย์ ผมอึ้ง ตาโต แก้วแทบหลุดออกจากมือ อะไรกันนี้ เธอคือใครกัน ทำไม่มีข้อมูลผมมากขนาดนี้ แล้ว คุณรู้ได้ยังไงเธอหัวเราะ เพราะฉันอยู่ที่นั่น เรียนที่นั้น ดูคูณแข่งบาสซ้อมบาส ดูคุณสวีตหวานแหววกับพิมพ์ คุณจำฉันไม่ได้จิงๆเหรอ ไม่รู้เหรอ ฉํนคือใคร ผมส่ายหน้าตอบไปว่า ผมไม่รู้จริงๆว่าคุรคือใคร เรียกชั้นเดียวกับผมหรือยู่ห้องไหน..เธอไม่ตอบได้แต่บอกว่า ก่อนกลับ AUS เธอจะเฉลยให้รู้ ตอนนี้ให้ไป คิดเอาเองก่อน -*-จู่ๆเธอก็ตัดบทมาเรื่องงาน ว่าดูท่าทีพ่อของผม อยากทำธุรกิจกับบริษัทที่เธอเป็นตัวแทนมามากพอควร ดังนั้นตอนนี้ สิทธิ์ที่จะเดินหน้าต่อเพื่อเป็นคู่ค้า หรือ ถอยห่างออกไป เธอเองมีส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลผู้บริหาร และตัดสินใจภารกิจในครั้งนี้ ตอนนี้เองที่ผมเริ่มรู้สึกว่า เธอถือไพ่เหนือกว่าผม และ ผมจะต้องเธอเรื่องอะไรแย่ๆ จาก สาวปริศนาคนนี้อีกหลายเรื่อง ในสองสามวันนี้ พอทานเสร็จเราเดินออกจากร้านเอบอกว่า เอา ipad ถ่ายรูปเธอกับบ้ายร้านให้หน่อยเธอจะอัพลง facebook .. ผมก็ถ่ายให้ไป 4-5 รุป ใกล้บ้างไกลบ้าง พอเธอดูภาพเธอถามว่า นี่คุณถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกด้วยเหรอ ใช่ ผมตอบเป็นงานอดิเรกเวลาไปไหนกับครอบครัว กับอดีตแฟน แต่ตอนนี้ไม่ได้ถ่ายเยอะๆเหมือนก่ิอนแล้ว กล้อง dslr มันหนักพกไม่สะดวก ตั้งแต่ใช้ ipad ผมก็เก็บกล้องใหญ่ไปเลย ดูเหมือนเธอจะสนใจเรื่องกล้องอยู่มากทีเดียว ถามถึงกล้องที่ผมใช้ + ชุดเลนส์ + แนวภาพที่ถ่าย จนเธอบอกว่า เด่วจะได้หยิบกล้องใหญ่มาถ่ายนุปแน่ๆ ไม่เชื่อคอยดูสิ จนกลับมาที่โรงแรม เราแยกกันราวๆ 4 โมง เธอเอ่ยขอบคุณที่พาเธอไปเที่ยววันนี้ ผมยิ้มๆ แล้วขอตัวเดินออกมากลับมาที่ห้อง มาถึงก็ล้มนอนที่โซฟา เอา ipad มาเปิดดู ซูมรูปเธอดู ชัดแล้วถามตัวเองว่า มิงเป็นใครว่ะะะะะะะะะะผมหยิบโทรศัพท์ โทรหาพิม แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น สองวันให้พิมพัง พิมบอกเออ แปลกดีเนอะ สงสัยแฟนคลับตัวจริงของเอกล่ะมั้ง ผมไม่ตลกด้วย และบอกเะิว่า พิมมม ไม่ตลกอะ เราซีเรียส แถมดูท่าไม่ค่อยดีด้วย ไม่ดียังไง เค้าจะเคลมเอกเหรอ . ไม่ชอบเหรอไง พิมถาม.ผมไม่ตอบได้แต่บอกเธอว่า เปิดคอมอยู่เปล่า ถ้าไม่เปิดทีเด่วส่งเมล์ รูปคนนี้ไปให้ และก็จัดแจงเปิดเมล์แนบรูปไปณ 2 รูปที่เห็นหน้าชัดๆ ไม่ถึงสามนาที พิมโทรมาหาผมเธอบอกว่า พอจะนึกออกแล้วว่า คนในรูปคืิอใคร แต่ขอถามข้อมูลเพิ่มอีกนิด เธอถามผมว่ารู้ชื่อจริงเธอไหม ผมบอกรู้ ไมหรอ เธอบอก รีบบอกมาเร็วๆๆๆๆๆๆ ผมบอก ชื่อ ดลยา มั้ง พิมร้องเหวอออกมาในโทรศัพท์ เ หี๊ย เราว่าแล้วเป็นจูนจริงๆ จูน ผม เรียกชื่อตามเธอ ใช่เธอชื่อจูน จริงๆ แล้วเปนใครอะ ทำไมเอกไม่คุ้นเลย.. โธํ่ พ่อคุ๊ณ สมัยเรียนเค้าแอบมอง จนจะเข้ามากินหัวอยู่ละ ไม่ได้รู้อะไรเลย .. แล้วเธอก็เล่าคร่วๆว่า จูนคนนี้คือใคร ทำอะไรไว้บ้างสมัยเรียน แต่เรื่องที่ผมจำได้คือ เธอให้เพื่อนมาถามว่า ผมจะเรียนต่อม ปลายที่ไหน จำได้แค่นี้แหละเรื่องเดียวจริงๆ พิมฟันธงว่า งาานี้ผมต้องเสร็จจูนแน่ๆ ไม่ว่าด้วยวิธีใด เตรียมรับมือไว้ได้เลย พิมถามว่าแล้วเค้าเป็นไงบ้างตอนนี้เทียบกับเมื่อก่อน ผมก็ตอบไปตรงๆว่า ม่ะก่อนไม่รุ้อะ เราไม่ได้สนใจ แต่ตอนนี้ สวย ขาว หมวย หุ่นดี เซกซี่ด้วย 555+นั่นไงกุว่าแล้ว งานนี้มีสมยอมชัวๆ ไม่ต้องบังคับ พิมพูดมาตลกๆ ยังไม่ขาดคำ สายซ้อนก็เข้ามาผมบอกพมว่า ต้องวางก่อน สงสัยงานจะเข้า พิมบอกว่า ไงไก็ ป้องกันด้วยนะ เด๋วเปนเอดส์ตายไม่อยากไปงานศพ -*-สวัสดีครับ เลขา จูนโทรมาบอกว่า ถ้าพักหายเหนื่อยแล้วเจ้านายเธอเชิญที่ห้อง อยากคุยเรื่องงานด้วย แล้วบอกเลขห้องไว้จบตอน 2 ครับ ได้เข้าห้องและ หุหุ


 Close